Why is wearing glasses with only good clarity not enough?
การใส่แว่นตาเพื่อความคมชัดอย่างเดียวไม่เพียงพอ เพราะแว่นตาที่มีประสิทธิภาพสูงสุดต้องคำนึงถึง “ความสบายตา”และ “ความถูกต้องตามโครงสร้างใบหน้า” เป็นหลัก แว่นที่ชัดแต่ไม่พอดี, โครงสร้างเลนส์ไม่เหมาะสม, หรือการปรับแว่นไม่ตรงจุด จะทำให้แสงตกผิดตำแหน่ง ส่งผลให้เวียนหัว ปวดตา หรือมองเห็นภาพบิดเบี้ยวได้
เหตุผลสำคัญอื่นๆ ที่การเน้นความชัดอย่างเดียวไม่เพียงพอ มีดังนี้:
โครงสร้างเลนส์ (Lens Structure): สำหรับผู้มีปัญหาสายตาซับซ้อน เช่น สั้นและเอียงมาก การเลือกโครงสร้างเลนส์ทั่วไปอาจทำให้ภาพบิดเบือน ควรเลือกใช้เลนส์รุ่นพิเศษ (Individual) เพื่อปรับให้เหมาะสมกับผู้สวมใส่เฉพาะราย
จุดศูนย์กลางแว่น (Optical Center): หากจุดโฟกัสของเลนส์ไม่ตรงกับรูม่านตา (PD) จะทำให้เกิดอาการมึนงงและปวดตา แม้ภาพจะคมชัดขึ้นก็ตาม
การปรับแต่งกรอบแว่น (Frame Adjustment): ความห่าง/ชิดของแว่นต่อดวงตา, มุมโค้งงอ, และความสูงต่ำของขาแว่น ต้องพอดีกับใบหน้า หากเสียรูปทรงจะทำให้แสงตกผิดตำแหน่ง ส่งผลให้ภาพเบลอหรือไม่สบายตา
การปรับตัวของสมอง (Adaptation): แว่นใหม่ที่แม้ค่าสายตาจะถูกต้อง อาจต้องใช้เวลาปรับตัว 1-2 สัปดาห์ หากรีบสรุปเพียงความชัดในครั้งแรกอาจทำให้รู้สึกไม่สบายตา
การเคลือบเลนส์ (Coating): ความคมชัดไม่เพียงพอหากเลนส์ไม่มีโค้ทติ้งป้องกันแสงสะท้อน แสงสีฟ้า หรือกันรอย ซึ่งจำเป็นต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน เพื่อความสบายตาในระยะยาว
สรุปคือ แว่นตาที่ดีต้องประกอบด้วย การวัดสายตาที่แม่นยำ + โครงสร้างเลนส์ที่เหมาะสม + การประกอบที่พอดีกับใบหน้าเพื่อให้ได้ทั้งความชัดและความสบายตา
Unlock your full visual potential with #ZEISSvisionCenter#supparerkvisioncenter
#ZEISSVisionCenterbyDrSupparerk
————————————–
บริการตรวจสุขภาพตาและตัดแว่นเฉพาะบุคคล
โดยจักษุแพทย์ และทีมนักทัศนมาตร
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม : 082-419-6549
แอดไลน์คลิก : https://lin.ee/6GV5khT
”เพราะการมองเห็นชัด คือ คุณภาพชีวิตที่ดี”
#ตัดแว่นที่ไหนดี#ศุภฤกษ์วิชชั่นเซ็นเตอร์
#ZEISSVisionCenter#supparerkvisioncenter







