หลายคนอาจคิดว่าอาการ “ตาเบลอ” หรือมองเห็นภาพไม่ชัดเป็นเพียงความรำคาญเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นชั่วคราว แต่ในความเป็นจริงแล้ว ดวงตาและสมองของเราทำงานร่วมกันเป็นทีมตลอดเวลา เมื่อภาพที่ส่งไปยังจอตาขาดความคมชัด สมองส่วนการมองเห็น (Visual Cortex) จะต้องรับภาระหนักทันทีในการพยายามปรับโฟกัสและดึงความทรงจำรอบตัวมา “เดาภาพ”
กระบวนการนี้ทำให้เกิดภาวะสมองทำงานหนักเกินไป (Cognitive Overload) ซึ่งสูญเสียพลังงานงานสมองไปอย่างมหาศาล ตั้งแต่เช้าจรดเย็น สมองที่อ่อนล้าจากการเค้นพลังงานเพื่อแปลผลภาพ จึงสูญเสียความสามารถในการควบคุมอารมณ์ ทำให้เรากลายเป็นคนหงุดหงิดง่ายและหมดความอดทนกับสิ่งรอบตัวได้อย่างรวดเร็ว
นอกจากความล้าทางสมองแล้ว ร่างกายยังตอบสนองต่อภาพที่มัวด้วยการสั่งให้กล้ามเนื้อตาหดตัวเค้นตลอดเวลา รวมถึงการหรี่ตาโดยไม่รู้ตัว ซึ่งส่งผลให้เกิดการเกร็งกล้ามเนื้อรอบดวงตา ใบหน้า ไปจนถึงท้ายทอยและบ่า นำมาสู่อาการปวดเบ้าตา ตาแห้ง และอาการปวดหัวตึ้บๆ (Tension Headache)
ในทางจิตวิทยา เมื่อร่างกายรับรู้ถึงความเจ็บป่วยหรือความไม่สบายกาย สมองจะตีความว่านี่คือภาวะเครียดและหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ออกมาทันที อาการปวดหัวและปวดตาเรื้อรังระหว่างวันจึงเป็นสารตั้งต้นที่คอยฉุดให้อารมณ์ของเราดิ่งลงและรู้สึกกระวนกระวายใจอยู่ตลอดเวลา
ดังนั้น อาการไม่สบายตาและอารมณ์บูดบึ้งทั้งวันจึงไม่ใช่เรื่องที่เราคิดไปเอง แต่เป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ทางวิทยาศาสตร์ที่เชื่อมโยงจากดวงตาตรงสู่ระบบประสาทและจิตใจ
การใส่ใจสุขภาพดวงตา ไม่ว่าจะเป็นการพักสายตาจากหน้าจอ การใช้น้ำตาเทียม หรือการตัดแว่นสายตาให้ตรงกับค่าสายตาจริง จึงไม่ใช่แค่การดูแลเรื่องการมองเห็นเท่านั้น แต่คือการปกป้องพลังงานสมอง และเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาอารมณ์ของเราให้แจ่มใสและราบรื่นไปตลอดทั้งวัน
Unlock your full visual potential with #ZEISSvisionCenter#supparerkvisioncenter
#ZEISSVisionCenterbyDrSupparerk
————————————–
บริการตรวจสุขภาพตาและตัดแว่นเฉพาะบุคคล
โดยจักษุแพทย์ และทีมนักทัศนมาตร
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม : 082-419-6549
แอดไลน์คลิก : https://lin.ee/6GV5khT
”เพราะการมองเห็นชัด คือ คุณภาพชีวิตที่ดี”
#ตัดแว่นที่ไหนดี#ศุภฤกษ์วิชชั่นเซ็นเตอร์
#ZEISSVisionCenter#supparerkvisioncenter






