สำหรับผู้ที่มีสายตาเอียงมากกว่า 200 (-2.00 D ขึ้นไป) แสงที่เข้าสู่ตาจะไม่สามารถโฟกัสเป็นจุดเดียวได้ ทำให้ภาพเบลอ เกิดภาพซ้อน หรือรู้สึกพื้นดูลอยหลอกตา การเลือกแว่นตาที่ถูกต้องจึงไม่ได้อยู่แค่ตัวเลขสายตา แต่ต้องใส่ใจทั้งโครงสร้างเลนส์และกรอบแว่นควบคู่กัน
หัวใจสำคัญแรกคือ การเลือกโครงสร้างเลนส์ เลนส์ทรงโค้งธรรมดามักทำให้เกิดภาพบิดเบี้ยว (Distortion) บริเวณขอบเลนส์ได้ง่าย แนะนำให้เลือกใช้เลนส์โครงสร้าง Aspheric, Double Aspheric หรือเลนส์เฉพาะบุคคล (Individual Freeform) ที่ออกแบบคำนวณจุดต่อจุด ช่วยลดภาพบิดเบี้ยวข้างเลนส์ สบายตา และขยายมุมมองให้กว้างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
หัวใจสำคัญที่สองคือ การเลือกกรอบแว่น ควรเลือกกรอบที่มีขนาดวงแว่นปานกลาง ไม่ใหญ่เกินไป ทรงกลมหรือเหลี่ยมมน จะช่วยให้เลนส์ไม่หนาเทอะทะและลดพื้นที่ภาพบิดเบี้ยว ที่สำคัญต้องเลือกกรอบที่มีโครงสร้างแข็งแรง (Rigid Frame) เช่น วัสดุ Titanium หรือ Acetate คุณภาพสูง เพื่อล็อกตำแหน่งแกนสายตาเอียง (Axis) ให้อยู่อย่างมั่นคงตลอดการใช้งาน
สุดท้ายคือ ความพิถีพิถันในการตรวจวัดและฟิตติ้ง เพราะสายตาเอียงระดับ 200 ขึ้นไป หากองศาแกนเอียงคลาดเคลื่อนเพียงเล็กน้อย ก็อาจทำให้ภาพไม่ชัดหรือเกิดอาการปวดศีรษะได้ การวัดจุดศูนย์กลางตาดำ (PD) และการจัดตำแหน่งแว่นบนใบหน้าจริงอย่างแม่นยำ จึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่สุดที่ช่วยให้ใส่แว่นแล้วมองเห็นได้อย่างคมชัด สบายตา และเป็นธรรมชาติที่สุด
Unlock your full visual potential with #ZEISSvisionCenter#supparerkvisioncenter
#ZEISSVisionCenterbyDrSupparerk
————————————–
บริการตรวจสุขภาพตาและตัดแว่นเฉพาะบุคคล
โดยจักษุแพทย์ และทีมนักทัศนมาตร
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม : 082-419-6549
แอดไลน์คลิก : https://lin.ee/6GV5khT
”เพราะการมองเห็นชัด คือ คุณภาพชีวิตที่ดี”
#ตัดแว่นที่ไหนดี#ศุภฤกษ์วิชชั่นเซ็นเตอร์
#ZEISSVisionCenter#supparerkvisioncenter







