นับตั้งแต่ Carl Zeiss คิดค้นสารเคลือบตัดแสงสะท้อน (AR) ชิ้นแรกในปี 1935 ซึ่งช่วยลดแสงสะท้อนและเพิ่มความคมชัดในการมองเห็น เทคโนโลยีนี้ถือเป็นความก้าวหน้าครั้งใหญ่ของวงการทัศนมาตรศาสตร์ อย่างไรก็ตาม สารเคลือบยุคแรกยังมีข้อจำกัดหลายประการ เช่น แสงสะท้อนคงเหลือที่ยังค่อนข้างสว่าง ผิวเลนส์ที่เกิดคราบสกปรกและทำความสะอาดได้ยาก รวมถึงตัวสารเคลือบมักหลุดลอกหรือเกิดรอยร้าวเนื่องจากเทคโนโลยีพอลิเมอร์ในขณะนั้นยังไม่สามารถทนทานต่อรอยขีดข่วนได้ดีเท่าที่ควร
ต่อมา วิศวกรของ Carl Zeiss Vision ได้พัฒนาเทคโนโลยีการเคลือบสูญญากาศและวิทยาศาสตร์พอลิเมอร์อย่างต่อเนื่องเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค จากผลสำรวจผู้บริโภคกว่า 6,000 คนทั่วโลก รวมถึงความเห็นของผู้เชี่ยวชาญด้านสายตา ต่างยืนยันตรงกันว่า “ความทนทานต่อรอยขีดข่วนและความแข็งแรงของเลนส์” คือคุณสมบัติที่สำคัญที่สุดที่ผู้สวมใส่แว่นตาต้องการ ซึ่งมีความสำคัญแซงหน้าเรื่องความใสของเลนส์ (Transparency) ด้วยซ้ำ
จากความต้องการดังกล่าว นำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมล่าสุดอย่าง DuraVision Platinum AR ซึ่งเป็นการรวมระบบชั้นเคลือบอัจฉริยะเข้าด้วยกัน โดยเน้นย้ำเรื่องการเพิ่มความทนทานสูงสุด ส่งผลให้เลนส์รุ่นนี้มีประสิทธิภาพในการทนต่อรอยขีดข่วนได้ดีเยี่ยมใกล้เคียงกับเลนส์กระจก ในขณะเดียวกันก็ยังคงรักษามาตรฐานความคมชัดสูงสุดและทำความสะอาดง่ายตามแบบฉบับของ ZEISS ไว้ได้อย่างครบถ้วน
Unlock your full visual potential with #ZEISSvisionCenter#supparerkvisioncenter
#ZEISSVisionCenterbyDrSupparerk
————————————–
บริการตรวจสุขภาพตาและตัดแว่นเฉพาะบุคคล
โดยจักษุแพทย์ และทีมนักทัศนมาตร
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม : 082-419-6549
แอดไลน์คลิก : https://lin.ee/6GV5khT
”เพราะการมองเห็นชัด คือ คุณภาพชีวิตที่ดี”
#ตัดแว่นที่ไหนดี#ศุภฤกษ์วิชชั่นเซ็นเตอร์
#ZEISSVisionCenter#supparerkvisioncenter






